Scientific Proofs
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามายาวนาน
แอคทีเวีย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามากว่า 20 ปี ด้วยการศึกษาทาง
วิทยาศาสตร์กว่า 20 ชิ้นที่ช่วยรับรองประสิทธิภาพของ แอคทิเรกูลาริส
รายละเอียดผลการศึกษาบางชิ้น แสดงไว้ด้านล่าง
ชื่อวิทยาศาสตร์ของ แอคทิเรกูลาริส คือ Bifidobacterium animalis DN-173 010 ข้อมูลอ้างอิงทุกอย่างของจุลินทรีย์ชนิดพิเศษของ แอคทีเวีย ในส่วนนี้
จะอ้างอิงมาจากจุลินทรีย์สายพันธ์ Bifidobacterium
หากคุณต้องการรายละเอียดว่า แอคทีเวีย ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร
โปรดติดต่อเราที่ AskActivia.thailand@danone.com
Backed by a rich heritage of research
อาสาสมัคร 72 คน รับประทานนมหมักที่ประกอบไปด้วย
โปรไบโอติกส์ 3 แก้ว/วัน
แอคทิเรกูลาริส ช่วยลดปัญหาท้องอืด 20-40%
ผู้หญิง 36 คน รับประทาน แอคทีเวีย 3 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 20 วัน
แอคทีเวียช่วยในการขับถ่ายเร็วขึ้น โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่มีปัญหาท้องอืดเป็นประจำ
ผู้สูงอายุ 100 คน รับประทาน แอคทีเวีย 2-3 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 15 วัน
ช่วยในการขับถ่ายเร็วขึ้น 10-40% โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปัญหาการขับถ่ายช้ากว่าในเบื้องต้น
ผู้สูงอายุ 200 คน รับประทาน แอคทีเวีย 1-2 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 15 วัน
แอคทิเรกูลาริส สามารถช่วยให้ขับถ่ายได้เร็วขึ้นตามปริมาณที่มีอยู่ ระยะเวลาที่ช่วยในการขับถ่ายจะยาวนานไปจนถึง 2-6 อาทิตย์
New Scientific Study
ผลของนมเปรี้ยวที่ประกอบด้วย แอคทิเรกูลาริส ที่มีต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตและอาการของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS=Irritable bowel syndrome) ในผู้ใหญ่
D. GUYONNET, O. CHASSANY, P. DUCROTTE, C. PICARD, M. MOURET, C.-H. MERCIER and C. MATUCHANSKY. Aliment Pharmacol Ther. 2007 ; 26: 475-486 
Background: คุณภาพชีวิตที่สัมพันธ์กับสุขภาพ (Health-related quality of life (HRQoL)) ไม่ค่อยได้รับการประเมินเกี่ยวกับผลของโปรไบโอติกส์ในโรงลำไส้แปรปรวน
จุดประสงค์: เพื่อศึกษาผลของนมเปรี้ยวที่มีส่วนประกอบของ แอคทิเรกูลาริส และสายพันธุ์ที่มีในโยเกิร์ต ในโรคลำไส้แปรปรวน โดยทำการศึกษาแบบ multicentre, double-blind, controlled trial
วิธีทำการทดลอง: ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวนทั้งหมด 274 คน ถูกสุ่มให้บริโภคนมเปรี้ยว และโยกิร์ตที่ถูกทำให้ร้อน (กลุ่มควบคุม) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ HRQoL และอาการของระบบการย่อยอาหารจะถูกประเมินหลังจากบริโภคไป 3 และ 6 สัปดาห์ ในกลุ่มผู้ทำการทดลอง 267 คน
ผลการทดลอง: ระดับคะแนนของ HRQoL เพิ่มขึ้นในทั้งสองกลุ่มการศึกษาที่สัปดาห์ที่ 3 และ 6 อัตราการตอบสนองของระดับคะแนน HRQoLสูงขึ้นเป็น 65.2 และ 47.7% ตามลำดับ (P < 0.005) และลดอาการท้องผูกลงที่ 0.56 ± (s.d.)1.01 และ. 0.31 ± 0.87 ตามลำดับ (P = 0.03) ในสัปดาห์ที่ 3 ในกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดลองที่ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความถี่การถ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเวลากว่า 6 สัปดาห์ระหว่างการทดสอบ
สรุปผลการทดลอง: การศึกษานี้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลที่เป็นประโยชน์ของอาหารโปรไบโอติคต่อระดับคะแนนของ HRQoLและอาการท้องผูกซึ่งเกิดจากโรคลำไส้แปรปรวน และผลต่อความถี่การถ่ายอุจจาระของคนที่ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
Activia is a probiotic food
การค้นหาปริมาณเชื้อแบคทีเรีย แอคทิเรกูลาริส สายพันธุ์โปรไบโอติคในอุจจาระมนุษย์ โดยวิธี colony-immunoblotting
Duez H, Pelletier C, Cools S, Aissi E, Cayuela C, Gavini F, Bouquelet S, Neut C and Mengaud J Journal of Applied Microbiology 2000. 88:1019-27
วิธี colony-immunoblotting เป็นวิธีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาเชื้อโปรไบโอติค Bifidobacterium animalis สายพันธุ์ DN-173 010 ในอุจจาระมนุษย์ การทดลองทำโดยใช้กระต่ายที่ฉีดเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยแบคทีเรีย DN-173 010 (ที่ถูกทำลายด้วยความร้อนแล้ว) ทำให้มันผลิตเซรั่มที่มีแอนติบอดี้ที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อแบคทีเรียสายพันธุ์ Bif. Animalis จากทั้งหมด 89 สายพันธุ์ 29 สปีชีส์ที่แตกต่างกันได้ถูกนำมาใช้ทดสอบ พบเพียง 15 สปีชีส์เท่านั่นที่ตรวจวัดได้ในเซรั่ม สำหรับวิธีการทดสอบที่เรียกว่า Western immunoblotting เซรั่มทำปฏิกิริยากับโปรตีนของ 45-kDa ที่มีน้ำหนักโมเลกุลชัดเจน ไม่พบแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในตัวอย่างอุจจาระและสามารถเจริญได้บน non-selective Columbia blood agar (ตัวอย่างเช่น enterobacteria, Bacteroides or Lactobacillus) ที่ทำปฏิกิริยากับเซรั่มที่มีแอนติบอดี้ ข้อดีของเซรั่มที่มีความเฉพาะเจาะจงสูงนี้ และการที่ไม่พบแบคทีเรีย Bif. Animalis ในตัวอย่างอุจจาระของผู้เข้าร่วมทดสอบ เราสรุปได้ว่าสายพันธุ์ DN-173 010 สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในระบบทางเดินอาหาร ตามเทคนิคการตรวจสอบที่เรียกว่า semiselective cultivation และ colony immunoblotting วิธีนี้ทำให้ตรวจพบสายพันธุ์ Bif. animalis แม้ว่ามันจะมีเพียงจำนวนเป็นพันตัวจากประชากรทั้งหมดของ bifidobacterial
การบริโภค Bifidobacteria ที่อยู่ในนมเปรี้ยว และการผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็ก
1-4
Pochart P, Marteau P, Bouhnik Y, Goderet I, Bourlioux P, Rambaud JC²²: Survival of . Am. J. Clin. Nutr. 1992;55:78-80
ความสามารถของสายพันธุ์ of Bifidobacterium sp ที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้เมื่อผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารตอนบนเมื่อบริโภคนมเปรี้ยว ทดสอบใน ผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีสุขภาพดี 6 คน ที่อดอาหาร โดยใช้วิธี ileal perfusion หลังจกาที่บริโภค bifidobacteria จำนวน 10.0 ± 0.5 log10 ตัวในนมเปรี้ยว 400 กรัม ลำไส้ก็จะนำพาเอา bifidobacteria ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 8.8 ± 0.2 log10 ตัว/ ชั่วโมง ภายในเวลา 1.7 ± 0.4 ชั่วโมงหลังจากบริโภคนมเปรี้ยวเข้าไป จำนวนเฉลี่ยของ bifidobacteria พบที่ลำไส้เล็กส่วนปลายระหว่าง 8 ชั่วโมงหลังจากที่บริโภคนมเปรี้ยวคือ 9.0 ± 0.1 log10 และประกอบด้วย 23.5 ±10.4% ของจำนวนที่บริโภคเข้าไป ผลการทดลองนี้ชี้ว่าในผู้ที่มีสุขภาพดี สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในระบบทางเดินอาหารเมื่อถูกบริโภคผ่านนมเปรี้ยว นอกจากนี้การศึกษานี้ยังต้องการที่จะค้นหาพฤติกรรมของแบคทีเรียที่น่าทึ่งเหล่านี้ในลำไส้เพื่อจะค้นหาผลของมันต่อลักษณะทางการภาพของทางเดินอาหารมนุษย์
Bifidobacterium ในนมเปรี้ยว และการมีชีวิตอยู่ในลำไส้
Berrada N, Lemeland JF, Laroche G, Thouvenot P, Piaia M.: J. Dairy Sci 1991;74:409-413
Bifidobacterium 2 สายพันธุ์ที่อยู่ในนมเปรี้ยว 2 ชนิด มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันมากเมื่อนำมาทดสอบใน in vitro โดยมีการกระตุ้นให้สภาวะแวดล้อมเหมือนกับในกระเพาะอาหาร สายพันธุ์หนึ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างดีอย่างน้อย 90 นาที min (> 107/g ) แต่อีกสายพันธุ์หนึ่งการศึกษาพบว่ามีความต้านทานน้อยกว่า การประเมิน gastric emptying rate ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นการประเมินจำนวนของ Bifidobacterium ที่อาจผ่านเข้าสู่ลำไส้เล็ก (คำสำคัญ : Bifidobacterium, fermented milks, gastric transit)